แบบฟอร์มการเฝ้าระวังน้ำหนักตัวของมารดาที่จะให้บุตรน้ำหนักแรกคลอด2,500 กรัม

 

ชื่อสกุลมารดา…………………. อายุ…………..HN………ครรภ์ที่……………

ชื่อบิดา………………………. อายุ……………HN………..

มีความเสี่ยงคือ…………………………..................วันที่เริ่มเฝ้าระวัง…………………

สูง……เซนติเมตร   น้ำหนักก่อนตั้งครรภ์……….กก.    น้ำหนักปัจจุบัน………..กก.น้ำหนักตลอดการตั้งครรภ์จนครบ40 สัปดาห์ควรมีน้ำหนัก………กิโลกรัม (หรือเพิ่ม1 กิโลกรัม/  เดือน)

ผลของการเฝ้าระวังน้ำหนักครั้งที่ 1.………………..2……………….3……………    4…………….5………...........6………………….(ตามเกณฑ์หรือไม่   เพิ่มหรือลดกี่กิโลกรัม)

คำแนะนำของเจ้าหน้าที่แก่มารดาเรื่องอาหารเฉพาะราย

 อาหารที่ควรรับประทานหรือเพิ่ม………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

 อาหารที่ควรงดเว้นหรือลด…………………………………………………………………………………………….…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

เจ้าหน้าที่ผู้ให้คำแนะนำ..........................................ตำแหน่ง………………………..

 

(ให้ใช้สมุดสีชมพูหน้า6-8 ทุกครั้ง)เพื่อเปรียบและทำความเข้าใจพร้อมกับมารดาในการดูแลและใส่ใจเรื่องการรับประทานอาหารให้น้ำหนักเพิ่มตามเกณฑ์

               

 คำปณิธานของมารดา

               ข้าพเจ้าได้รับคำแนะนำเรื่องอาหารอย่างเข้าใจและจะพยายามปฏิบัติตัวดูแลเอาใจใส่ในการรับประทานอาหารตามที่เจ้าหน้าที่แนะนำคือรับประทานอาหารให้ครบ 5หมู่และดื่มนมให้ได้อย่างน้อยวันละ1-2 แก้วและจะบันทึกน้ำหนักตัวทุกเดือนโดยน้ำหนักต้องขึ้น1กิโลกรัมต่อเดือนฝากครรภ์ครั้งหน้าน้ำหนักข้าพเจ้าควรจะได้…………………กิโลกรัม

             ข้าพเจ้ามีความมุ่งมั่นที่จะดูแลตัวเองให้น้ำหนักขึ้นตามเกณฑ์ซึ่งจะทำให้น้ำหนักทารกแรกคลอดได้อย่างน้อย 2,500 กรัม เพื่อสมองและการเจริญเติบโตมีพัฒนาการที่ดีของบุตรข้าพเจ้าต่อไปในอนาคต

                                                          

                                                                ลงชื่อ……………………………………………….

                                                                                 มารดาที่แสนดีของลูกรัก

 การเฝ้าระวังน้ำหนักตัวของมารดาที่จะให้บุตรน้ำหนักแรกคลอด2,500 กรัม

 

                     * มารดาเป็นผู้บันทึกในหน้านี้เพื่อเฝ้าระวังน้ำหนักตัวได้ทุก1สัปดาห์*

 

คลอดวันที่………ทารกเพศ……….น้ำหนักแรกคลอด……………สุขภาพ……………

 

หมายเหตุ.ใช้แบบฟอร์มนี้กับหญิงตั้งครรภ์ที่มีความเสี่ยงต่อภาวะลูกน้ำหนักแรกคลอดน้อยกว่า2,500กรัม ทุกรายถ้าพบน้ำหนักตกเกณฑ์รีบแจ้งเจ้าหน้าที่และส่งพบแพทย์

    แบบฟอร์มนี้ใช้ ในสถานบริการสุขภาพ อำเภอศรีสมเด็จ จังหวัดร้อยเอ็ด เท่านั้น

             

                    อาหารสำหรับหญิงมีครรภ์

              เคล็ดลับน่ารู้สำหรับอาหารที่ดีต่อสุขภาพ

 เลือกอาหารที่หลากหลายจากอาหารในแต่ละหมู่เพื่อให้แน่ใจว่าคุณแม่ได้รับอาหารครบทั้งห้าหมู่

·                            หากคุณแม่รู้สึกกังวลว่า ไม่ได้รับประทานอาหารครบหมู่ ขอแนะนำให้สอบถามสูติแพทย์และพยาบาลผดุงครรภ์เกี่ยวกับ อาหารเสริม

·                            ทานอาหารมื้อหลัก 3 มื้อ และอาหารว่าง 2 - 3 ครั้งต่อวัน

·                            พยายามทานผลไม้และผัก ซีเรียลธัญพืช และถั่วชนิดต่างๆ เพื่อเพิ่มปริมาณไฟเบอร์ในร่างกาย

·                            ดื่มน้ำบ่อยๆ อย่างน้อย 8 แก้วต่อวัน

·                            ดื่มเครื่องดื่มชนิดอื่นๆ เช่น นมพร่องไขมัน น้ำผลไม้สด และซุป

·                            ในแต่ละสัปดาห์ ควรรับประทานปลาที่มีไขมันหนึ่งส่วน และปลาไร้ไขมันหนึ่งส่วน (แต่ให้หลีกเลี่ยงปลาฉลาม ปลาดาบเงิน และปลากระโทงแทง)

·                            ใช้น้ำมันพืชในการทำอาหาร เช่น น้ำมันข้าวโพด น้ำมันมะกอก และน้ำมันดอกทานตะวัน โดยใช้ในปริมาณที่ไม่มากเกินไป

·                            จำกัดการรับประทานอาหารที่ผ่านกรรมวิธี หรืออาหารหมักดอง ซึ่งมักจะมีเกลืออยู่ในปริมาณมาก

·                            ลดปริมาณคาเฟอีนที่คุณรับประทานลงให้น้อยกว่า 4 แก้วต่อวัน

·                            จำกัดการทานของหวาน ของขบเคี้ยว เค้ก คุกกี้ ไขมัน น้ำมัน และน้ำตาล อาหารเหล่านี้ให้แคลอรี่ แต่ไม่ค่อยมีคุณค่าทางอาหารที่คุณแม่และลูกน้อยต้องการ การทานตามใจปากในช่วงนี้ จะทำให้คุณแม่กลับมามีรูปร่างเหมือนเดิมได้ยาก ดังนั้น พยายามหักห้ามใจ ไม่ทานของหวานพวกนั้นบ่อยเกินไป

เส้นทางของลูกรักจะสวยงามขึ้นอยู่ที่คุณแม่และคุณพ่อเอาใจใส่ดูแลลูกตั้งแต่อยู่ในครรภ์

 

 

อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง

ความปลอดภัยของอาหารเป็นสิ่งสำคัญลำดับต้นๆ โดยคุณแม่ตั้งครรภ์ควรหลีกเลี่ยงอาหารดังต่อไปนี้โดยเด็ดขาด

*ไข่ดิบหรือไข่ที่ปรุงไม่สุกหรืออาหารที่ทำจากไข่เหล่านั้น โดยไข่ที่ทานได้ ควรผ่านการปรุงให้สุก ไม่ควรอยู่ในสภาพที่เป็นของเหลว

·                เนื้อหรือปลาที่ปรุงไม่สุก หรือเกือบดิบ โดยเนื้อที่ทานได้ต้องไม่มีสีชมพูเหลืออยู่

·                ปลาหรือเนื้อที่เสิร์ฟดิบๆ เช่น ซูชิ สเต็กบางชนิด ปลาแซลมอนรมควัน หอยนางรม

·                นมที่ไม่ผ่านการฆ่าเชื้อและ เนยแข็ง

·                ตับบดหรืออาหารประเภทตับ โดยอาหารพวกนี้จะมีวิตามินเออยู่สูงมาก ซึ่งอาจทำอันตรายต่อลูกน้อย ของคุณ

·                อาหารที่ผ่านการปรุงบางชนิด เช่น สลัดมันฝรั่ง หรือโคสลอว์ บางครั้งอาจมีเชื้อแบคทีเรียที่เรียกว่า ลิสเตอเลีย อยู่เป็นจำนวนมาก

·                ก่อนจะรับประทาน ตรวจดูให้แน่ใจว่าอาหารสำเร็จรูป หรืออาหารที่อุ่นซ้ำนั้นผ่านความร้อนทั่วถึงดีแล้วหรือยัง

·                ปลาทูน่าก็มีสารปรอทเช่นกัน คุณแม่จึงควรจำกัดปริมาณการรับประทานอยู่ที่กระป๋องขนาดกลาง (น้ำหนักไม่รวมน้ำ 140 กรัมต่อกระป๋อง) หรือเนื้อปลา 2 ก้อน (สูงสุด 170 กรัม ต่อก้อน) ต่อสัปดาห์

·                ควรหลีกเลี่ยงการทานถั่วลิสงระหว่างตั้งครรภ์และการให้นม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากมีประวัติการเป็นภูมิแพ้ในครอบครัว เช่น โรคหอบหืด โรคเรื้อนกวางหรือโรคแพ้ละอองเกสร

·                แอลกอฮอล์ การได้รับปริมาณแอลกอฮอล์มากเกินไป เป็นสาเหตุให้เกิดปัญหามากมายกับลูกน้อยในครรภ์ โดยเฉพาะลูกอ่อนที่อายุน้อยกว่า 8 สัปดาห์ และแม้จะบริโภคแอลกอฮอล์เพียงเล็กน้อย ก็ยังอาจมีผลกระทบต่อการพัฒนาสมองของลูกในครรภ์ได้

ควรมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเท่าไรในช่วงตั้งครรภ์
 
เป้าหมายที่สำคัญก็คือ การมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นทีละน้อยอย่างต่อเนื่องในระหว่างตั้งครรภ์ แต่รูปแบบการเพิ่มขึ้นของน้ำหนักในคุณแม่แต่ละท่านก็จะมีความแตกต่างกันไป จึงไม่ต้องกังวลหากสัปดาห์นี้คุณมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นมาก แต่อาจเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยในสัปดาห์ถัดไป ตลอดการตั้งครรภ์ควรมีน้ำหนักตัวเพิ่ม 1 เดือน ต่อ 1 กิโลกรัม หรือ9-10 กิโลกรัม ในช่วงเวลา 9 เดือน

 

   

 

 

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

สวย

#1 By club-hi5 on 2009-07-09 18:41