ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่เกิดขึ้นเมื่อฉันเลือกที่จะแพ้           

             

                   ในเช้าของวันจันทร์แรกของเดือนตุลาคม พศ. 2551 ข้าพเจ้าต้องตกใจในภาพที่เห็นผู้ป่วยที่มารอรับบริการที่ตึกผู้ป่วยนอก       โอ!วันนี้คนไข้ทำไมเยอะแยะจังเลย  ทำไมวันนี้ข้าพเจ้านัดผู้ป่วยมาไม่มาก มันเกิดอะไรขึ้น ?

                   เป็นที่ทราบกันดีว่าวันจันทร์เป็นวันที่ให้บริการคลินิกโรค หัวใจ และ โรคธัยรอยด์ ปกติจะไม่มีผู้ป่วยมามากเท่าไหร่นัก แต่วันนี้ประมาณ100 กว่าคน   เขามาทำอะไรกันมากมาย คำถามมันเกิดขึ้นมา แต่ยังไม่มีคำตอบ  วันนี้ข้าพเจ้ามีหน้าที่อยู่หลังตรวจ ซึ่งมีหน้าที่ดูความเรียบร้อยหลังจากผู้ป่วยได้รับการตรวจจากแพทย์แล้ว   ก่อนแพทย์มาตรวจข้าพเจ้าได้ช่วยพี่ๆคัดกรองคนไข้ ซักประวัติจึงได้ทราบว่าผู้ป่วยมาขอใบส่งตัวเยอะมาก พึ่งทราบสาเหตุของการรวมพลที่มากมายของผู้ป่วยในวันนี้   เนื่องจากขึ้นปีงบประมาณใหม่ใบส่งตัวในคนไข้เรื้อรังหมดอายุจะต้องมาขอใหม่อีกครั้ง  ข้าพเจ้าต้องปั่นมือ พูดอธิบาย ให้ความรู้แบบน้ำไหลไฟดับ แต่กระนั้นยังทำงานไม่ทันผู้ป่วย เพราะวันนี้แพทย์ออกตรวจผู้ป่วยนอกเร็วทั้ง 2 ท่านเพราะคนไข้ในตึกผู้ป่วยในมีน้อย  ขณะที่ ข้าพเจ้ากำลังทำงานที่โต๊ะหลังตรวจข้าพเจ้ามีความรู้สึกว่าสายตาหลายๆคู่ จับตามองข้าพเจ้าอย่างรอคอย ข้าพเจ้าเข้าใจความรู้สึกแต่ต้องดูแลความเรียบร้อยของเอกสารของแต่ละคน    และข้าพเจ้าพูดเชิง บอก ให้ผู้ป่วยไม่เครียดกับการรอเกินไป ว่า รอหน่อยน๊า  ได้ทุกคนหมอพยายามทำให้เร็วๆอยู่จ้า  ขณะที่ทำงานอย่างรีบเร่งแต่ลื่นไหลไปอย่างดี  มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินมาที่หลังตรวจหยิบใบประวัติของตัวเองออกจากตะกร้าหลังตรวจแล้วพูดเสียงดัง ตระคอกใส่หน้าข้าพเจ้า หน้าตาดุดันมาก พร้อมกับพูดว่า คนไข้ เยอะแยะ  ตรวจเสร็จ ยังต้องมารออะไรอีก วุ่นวายจัง  ฉันต้องรอทุกขั้นตอน น่าเบื่อที่สุด ฉันอึ้ง กับคำนี้ ซึ่งผู้ป่วยหลายคนคงอยากจะพูดเหมือนเธอแต่ไม่พูดเพราะเข้าใจเหตุผลว่าทำไมต้องรอ   มีเสียงบางคนก็พูดกับเธอว่า  ใครๆก็รอกันทุกคนคุณหมอก็จัดให้ตามคิวนั่นแหละ  แต่ฉันเบื่อรำคาญมาก  รอๆๆๆทุกอย่างเธอตวาดเสียงใส่ข้าพเจ้าในความคิดขณะนั้นข้าพเจ้าอยากตะโกนใส่เธอเหมือนที่เธอทำกับข้าพเจ้า   ว่าฉันทำเต็มที่แล้วน่ะ ตาเธอดูไหม?คนไข้เยอะขนาดไหน มีเธอคนเดียวเหรอที่รอ  เธอมีหัวใจคนเดียวใช่ไหม คนอื่น เขาก็รอ  คนแก่เขายังรอได้  เจ้าหน้าที่แต่ละคนเพิกเฉยกับคนไข้หรือ?  เธอแค่เครียดทำไมเธอรอไม่ได้  ในใจอยากพูดคำนี้ มาก เกิดมาไม่เคยมีใครมาตระคอกใส่หน้าและด่าข้าพเจ้าแบบนี้ หากข้าพเจ้าไม่ใช้สติ  อาจมีการปะทะคารมเกิดขึ้นแน่นอน        แต่สิ่งที่ข้าพเจ้าเลือกแสดงในวันนั้นมันคือสิ่งที่สวยงามในวันนี้     จากนั้นข้าพเจ้าเปิดดูประวัติของเธอจึงรู้ว่าเธอเป็นผู้ป่วยความดันสูง มาตรวจด้วยเรื่องเครียด นอนไม่หลับ ข้าพเจ้าเลือกที่จะนิ่งเมื่อเธอต่อว่าจบลง    ข้าพเจ้าข่มใจ ยิ้ม ให้เธอ และไม่พูดในสิ่งที่คิด ข้าพเจ้าพูดกับเธอ ว่า ป้าคิวที่เท่าไหร่ค่ะ? หมอเรียงให้ตามคิวอยู่นะ คนไข้เยอะจริงๆวันนี้ ป้าก็เห็นอยู่ว่าหมอทุกคนทำงานเต็มที่ ไม่ได้พักเลย ป้าใจเย็นนิดนึง เอาอย่างนี้ป้ามานั่งที่เก้าอี้หลังตรวจ ก่อนข้าพเจ้าพูดกับเธอว่าเข้าใจความรู้สึกป้าว่าหงุดหงิด รำคาญ ขี้เกียจรอ หมอต้องขอโทษจริงๆ  แต่มันจำเป็นต้องรอ ข้าพเจ้าเห็นสีหน้าเธอเย็นลงพร้อมกับสงบ เธอ เอ่ยว่าฉันไม่รู้เป็นอะไรคุณหมอในปีนี้ฉันหงุดหงิดง่าย ใจร้อน เกลียดลูกผัว อยากฆ่าตัวตายเพราะเบื่อตัวเอง โดยไม่มีสาเหตุ บางทีก็ร้องไห้ นอนไม่ค่อยหลับ ข้าพเจ้าถามเธอต่อว่า ประจำเดือนหมดหรือยัง มีร้อนวูบวาบไหม?   เธอบอกว่าใช่ค่ะหมดมา 1 ปีแล้ว ค่ะหมอเข้าใจป้าแล้ว ที่ป้าหงุดหงิดง่ายแบบนี้ เป็นเพราะป้าเข้าวัยทอง และภาวะเครียดจะส่งเสริมให้ความดันสูงตามมาด้วย      ข้าพเจ้าได้อธิบายพยาธิสภาพพร้อมการรักษาให้ทราบ เธอเข้าใจตัวเองมากขึ้น ว่าที่เธอเป็นแบบนี้ไม่ใช่เพราะเธอเสียสติ  เธอคิดเสมอว่าเธอต้องเสียสติไม่กล้าปรึกษา แม้กระทั่งถามหรือบอกอาการผิดปกติต่อแพทย์   เธอบอกคนที่รองรับอารมณ์ เธอ  คือสามีและลูก เพราะเธอจะเจ้าอารมณ์ด่าลูกสามีทุกวัน       จากนั้นข้าพเจ้า ได้นำประวัติและตัวเธอเข้าพบแพทย์พร้อมกับพูดปัญหาของเธออีกครั้ง  ให้แพทย์ทราบและแพทย์ได้สั่งยายาฮอร์โมนกลับไปรับประทานที่บ้าน  และนัดมาตรวจซ้ำทุก 2 เดือน เธอสีหน้ายิ้มแย้มคลายเครียดลงมากอย่างเห็นได้ชัด  พร้อมกับเธอขอโทษข้าพเจ้า    เธอยิ้มพร้อมกับทำสีหน้าสำนึกผิด ข้าพเจ้ายิ้มให้เธอพร้อมกับขำเธอเล็กน้อย ว วันนั้นเธอยังไม่ได้การรักษาร่างกายด้วยยา แต่ใจเย็นลงได้   แต่ข้าพเจ้าคิดว่าเธอได้รับการรักษาทางใจจากข้าพเจ้า      โดยใช้หลักจิตวิทยา  ความเข้าใจ   ค้นหาปัญหาร่วมกับการ ให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่เธอ   ทำให้เธอคลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงของตัวเองมากขึ้น และที่สำคัญ

                      เธอได้รับการรักษาที่เป็นสาเหตุหลักจริงๆ เธอเดินไปรับยาพร้อมกับ เดินกลับมาพบข้าพเจ้าอีกครั้ง ขอโทษเป็นครั้งที่ 2 ข้าพเจ้าบอกเธอว่าเธอไม่ผิดหรอกที่พูดแบบนั้นแต่เธอควบคุมอารมณ์ไม่ได้เพราะฮอร์โมนไม่ปกติ การควบคลุมอารมณ์จึงไม่ดีเท่าที่ควร พร้อมกลับยิ้มและบอกให้เธอมาตรวจตามนัด   เธอมาโรงพยาบาลทุกครั้งจะบอกข้าพเจ้าว่าเธอเปลี่ยนเป็นคนละคน ใจเย็นมีเหตุผล

  เธอบอกว่า เธอและครอบครัวมีความสุขมากขึ้นและไม่เคยคิดที่จะฆ่าตัวตายอีกเลยหลังจากเธอรับยาฮอร์โมน                    ถ้าวันนั้นข้าพเจ้าไม่สงบสติอารมณ์  และเลือกที่จะชนะเธอ  ในวันนี้  เธอ  และครอบครัวจะเป็นอย่างไรไม่รู้  หรือข้าพเจ้าจะโดนฟ้องว่าพูดไม่เพราะก็เป็นได้   จากผู้ป่วยรายนี้ เป็นสิ่งกระตุ้นเตือนตัวเองเสมอและสร้างกำลังใจในการทำงานที่จุดบริการผู้ป่วยนอก คือ  ต้องอดทน  กับการบริการเพราะทุกคนมาหาเราคือมาด้วยความทุกข์ทุกคนต้องการปลดทุกข์ เราต้องรีบคลายความทุกข์ให้เขาด้วยจรรยาบรรณวิชาชีพและที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งต้องมีหัวใจที่จะให้บริการแก่ผู้ป่วย  เหนื่อยกายมันหายเป็นปลิดทิ้ง  

เมื่อเห็นรอยยิ้มแทนคำขอบคุณของผู้ป่วยที่มอบให้มาและได้รับสม่ำเสมอ    และนี่คือมนตราที่รักษาอาการเหนื่อยได้เป็นอย่างดีของพยาบาลที่ตึกผู้ป่วยนอก

                  น้อยครั้งที่ข้าพเจ้าหรือหลายๆคนจะยอมแพ้หรือยอมรับในสิ่งที่ไม่มีเหตุผลและไม่เป็นปกติมนุษย์ นั่นเพราะทุกคนต้องการสิทธิเสรีภาพ ของตัวเอง  แต่เมื่อเลือกที่จะเป็นวิชาชีพพยาบาลมีหน้าที่เสียสละ เป็น วิชาชีพที่เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ต้องเลือกที่จะแพ้ในเรื่องเล็กๆน้อยๆกับผู้ป่วย และญาติ   และปัจจุบันข้าพเจ้าคือผู้มีชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ โดยชัยชนะของข้าพเจ้าไม่มีผู้แพ้ และเสียใจแม้แต่คนเดียว  ข้าพเจ้าชนะใจและอารมณ์ตัวเอง ไม่แสดงความโกรธเธอ ข้าพเจ้านิ่งเพื่อ สงบอารมณ์ และคิดว่าจะจัดการกับเธออย่างไร  และเลือกทำในสิ่งที่ถูกต้องได้และผลงานของชัยชนะในครั้งนี้ คือ เธอ   ได้รับการรักษาที่ถูกต้องยอมรับความเปลี่ยนแปลงของตัวเอง ครอบครัวเธอมีความสุขและอบอุ่นขึ้นเนื่องจากเธอไม่โมโหง่ายมีเหตุผลมากขึ้น